พบ “ดาวผีดิบ” ที่แม้จะหมดอายุขัยไปแล้ว แต่ยังมีการปะทุเกิดขึ้น

พบ “ดาวผีดิบ” ที่แม้จะหมดอายุขัยไปแล้ว แต่ยังมีการปะทุเกิดขึ้น

On

iPTF14hls หรือ ดาวฤกษ์ผีดิบ มองเห็นได้ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ จัดเป็นซูเปอร์โนวาที่แปลกประหลาดในช่วงเวลา 3 ปี มันปะทุหลายครั้ง นับแต่ปี 1954 เป็นต้นมา มันระเบิดทำลายตัวเองมาแล้วประมาณ 2-5 ครั้ง ระเบิดพลีชีพครั้งแล้วครั้งเล่า หมดอายุขัยแล้วไม่ยอมตาย ฟื้นชีวิตหลายรอบในช่วงเวลา 60 ปี
ตามทฤษฎีทางดาราศาสตร์ในปัจจุบัน เมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลมากหมดอายุขัย มันจะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา หรือมหานวดารา ปิดฉากชีวิตในการระเบิดแค่ครั้งเดียว สำหรับดาวฤกษ์ซอมบีดวงนี้ นอกจากระเบิดมาแล้วหลายหน แต่ละครั้งยังปลดปล่อยพลังงานกินเวลานานกว่าซูเปอร์โนวาทั่วไปถึง 6 เท่าเลยทีเดียว วัตถุสว่างที่ว่านี้ พบเมื่อปี 2014 ต่อมาในปี 2015 นักดาราศาสตร์ระบุว่า มันคือมหานวดารา ตอนแรกวงวิชาการไม่เห็นว่ามันมีอะไรน่าสนใจ

นักดาราศาสตร์ต่างประหลาดใจเมื่อพบว่า ซูเปอร์โนวาดวงนี้ไม่ยอมตาย มันส่องสว่างอยู่นานเกือบ 2 ปี แถมความสว่างไม่คงที่ด้วย บางเวลาสว่างมาก บางเวลาสว่างน้อย บ่งบอกว่ามันยังคงปะทุซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Please follow and like us:
องค์กรลับสุดยอด MJ 12 ที่เก็บเรื่องลับๆที่เกิดขึ้นบนโลก รวมถึงการพบต่างดาว

องค์กรลับสุดยอด MJ 12 ที่เก็บเรื่องลับๆที่เกิดขึ้นบนโลก รวมถึงการพบต่างดาว

On

เมื่อปี 1995 ได้มีการร้องขอให้มีการตรวจสอบหน่วยงาน Magestic 12 (MJ 12) และเสนอแถลงการสู่สาธารณชน ทางหน่วยสอบสวนพิเศษของกองทัพอากาศสหรัฐออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่คนกลุ่มหนึ่งกุขึ้นมา เล่นๆ เท่านั้น ในช่วงปี 1960 ถือว่าเป็นปีที่มี ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวกระพือโหมไปเหมือนไฟลามทุ่ง จนร้อนถึงรัฐบาลสหรัฐและพวกเขาไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีการถกเถียงกันอยู่เป็นเวลานานว่า หากมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจริงๆ มนุษย์โลกจะทำอย่างไร? เพราะเราแทบไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะมาดีหรือมาร้าย เพราะในสมัยนั้นข่าว ข้อมูล และรูป UFO ที่ไม่ว่าจะจริงหรือ ปลอมมีให้เห็นเยอะมาก และแน่นอนครับว่าด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นการตรวจสอบว่าจริงหรือปลอมแทบเป็นไปไม่ได้เลย

งานหลักของ MJ 12 คือ รับผิดชอบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว และคอยให้ประธานาธิบดีสหรัฐทราบเป็น ระยะๆ และอีกหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ปกปิด ร่องรอย เรื่องราวต่างๆ มิให้เผยแพร่แก่สาธารณชน ทันทีที่มีข่าวเรื่องสิ่งบินลึกลับเจ้าหน้าที่จะรุดไปสืบสวนทันที

Please follow and like us:
นาซ่าเผย 10 ปีที่ผ่านมา “หลุมดำ” ได้กินดวงดาวไปอย่างมากมาย

นาซ่าเผย 10 ปีที่ผ่านมา “หลุมดำ” ได้กินดวงดาวไปอย่างมากมาย

On

หลุมดำเป็นบริเวณในอวกาศที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล สามารถดูดดึงดวงดาวที่โคจรอยู่ใกล้ๆให้ลงไปในหลุม นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวแฮมพ์เชียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยถึงการตรวจพบหลุมดำดูดกลืนดวงดาวอย่างบ้าคลั่งทำสถิติเป็นประวัติการณ์ในช่วง 10 ปีนี้ และยังกลืนกินดวงดาวอย่างไม่ยอมหยุด ส่วนจำนวนนั้นไม่อาจนับได้ เพราะมีทั้งดาวเล็กดาวใหญ่ ถูกดูดกลืนไปตลอดเวลาโดยข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์รังสีเอ็กซ์ ได้ทำการจับภาพการเคี้ยวระดับมหึมา ซึ่งทำให้มีการระเบิดของรังสีขณะดวงดาวถูกกลืนเข้าสู่หลุมดำที่มีอุณหภูมิสูงหลายล้านองศา

ด้านนักดาราฟิสิกส์จากศูนย์ฮาร์วาร์ด สมิธโซเนียน ให้ความเห็นว่าส่วนใหญ่เรารับรู้เกี่ยวกับหลุมดำว่ามันจะเติบโตขึ้นขึ้นเรื่อยๆ แต่การพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ากำลังมีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดา เพราะมันยังคงปลดปล่อยรังสีเอกซ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้เป็นเรื่องประหลาดสำหรับนักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก

Please follow and like us:
MICROSOFT เริ่มทำโครงการสร้าง “DATACENTER” ไว้ในใต้น้ำเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมข้อมูลของโลก

MICROSOFT เริ่มทำโครงการสร้าง “DATACENTER” ไว้ในใต้น้ำเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมข้อมูลของโลก

On

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวที่คนเข้าน่าสนใจเลยทีเดียว เมื่อ Microsoft กำลังหาวิธีที่ดีในการจัดเก็บข้อมูลในการใช้เครื่องจักรของตน นำมาสู่การก่อตั้งศูนย์ข้อมูลภาคพื้นทะเล บนเกาะในสกอตแลนด์และจุดประสงค์สำคัญ คือการย้าย Data Center ไว้ใต้น้ำ ก็เพราะเป็นการรักษาสภาพแวดล้อม และทำให้โครงการในครั้งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นการลดความสิ้นเปลืองงบประมาณ ในการทำความเย็นให้กับตัวซับเมอร์สได้อีกด้วย เพราะว่า เมื่ออยู่ในโครงการนี้นั้นจะเอาไปไว้ใต้น้ำเลย

ซึ่งพลังที่จะผลิตไฟฟ้า เพื่อหล่อเลี้ยงใน Server ใต้น้ำเรานั้นจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทน โดยใช้กังหันน้ำที่อาศัยขึ้นในทะเล ในการสร้างไฟฟ้าการใช้กังหันลมที่อาศัย ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลอีกด้วยและยังสามารถใช้แผงโซล่าเซลล์ที่อาศัย แสงอาทิตย์ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้สามารถสร้างไฟฟ้าให้เพียงพอ ต่อการใช้งานในโครงการนี้ได้ด้วย

นอกจากการผลิตพลังงาน แล้วประชากรครึ่งหนึ่ง สามารถใช้งาน Server ดังกล่าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และเรียกได้ว่าจะทำให้คุณนั้น สามารถเข้าถึงบริการออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว และไมโครซอฟท์ยังมีแผนอีกว่า หากตั้งในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ดี แล้วจะเริ่มพิจารณาติดตั้งศูนย์ข้อมูลเช่นนี้ ในสถานที่ต่างๆต่อไปนั่นหมายความว่า ในอนาคตอินเทอร์เน็ตและการรับส่งข้อมูลออนไลน์ จะรวดเร็วทันใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Please follow and like us:
เกาหลีทดลอง 7 ELEVEN ไร้พนักงาน ซื้อ-จ่ายผ่านแอพ

เกาหลีทดลอง 7 ELEVEN ไร้พนักงาน ซื้อ-จ่ายผ่านแอพ

On

ล้ำไปอีกขั้นกับร้านสะดวกซื้อที่อยู่คู่ชาวโลกมาอย่างยาวนาน (โดยเฉพาะคนไทย) เสมือนเป็นบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ นอกจากการขายสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้คนในปัจจุบันแล้ว ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7 ELEVEN (เซเว่น อีเลฟเว่น) ก็มีการพัฒนาตัวเองอยู่เลยๆ ไม่ว่าจะเป็นการขายอาหารสด ร้านถ่ายเอกสาร ล่าสุด มีการโอนเงิน ฝากเงิน รวมถึง บริการส่งด่วนเดลี่เวอร์รี่ ถึงบ้าน

แต่มันยังไม่พอเมื่อเซเว่นได้ทำการทดลองระบบใหม่ ซึ่งได้ลองใช้ภายในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ใต้หวันแล้ว  มันคือระบบการขายของที่ไม่มีพนักงานขาย แต่สามารถสั่งจ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้ โดยสามารถหยิบจับสินค้าภายในร้านเอง แต่ภายในก็จะมีระบบตรวจจับป้องกันการขโมยชั้นดีอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ทางแอดมินก็ได้ข้อมูลมาเพียงแค่ภาพ

หวังว่าประเทศไทยเราคงจะได้ใช้บริการเร็วๆนี้

Please follow and like us:
หัวหมอ ใช้โน๊คบุ๊ค 45 เครื่อง หวังชนะเงินรางวัล 1.5 ล้านบาท

หัวหมอ ใช้โน๊คบุ๊ค 45 เครื่อง หวังชนะเงินรางวัล 1.5 ล้านบาท

On

เมื่อเร็วๆนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อคนร้ายรายหนึ่ง ชื่อนายไดโกะ สึกาเนะ วัย 29 ปีซึ่งถูกจับกุมด้วยข้อหาพยายามฉ้อโกงห้างสรรพสินค้า AEON ประเทศญี่ปุ่นด้วย จำนวนเงินประมาณ 5,380,000 เยน หรือประมาณ 1,550,000 บาท โดยเรื่องมีอยู่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวได้จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่ ใช้แอพพลิเคชั่นของห้างและจะได้รับเงิน 2 เยนทุกครั้งที่ทำการเช็คอินในห้าง AEON สาขาใดก็ได้ โดยเงินที่ได้รับจากการเช็คอิน จะสามารถนำไปใช้เป็นเงินสดซื้อของภายในห้าง Aeon ได้ทุกร้านด้วยเหตุนี้ นายไดโกะจึงปิ๊งไอเดียเด็ดนั่นก็คือพยายามหลอกแอพพลิเคชั่น ให้เข้าใจว่าตนเองได้มาเช็คอินห้างเป็นจำนวนทั้งหมด 2.7 ล้านครั้ง

แผนการของไดโกะคือการหลอก GPS ว่าตนเองได้เดินทางมายังห้า AEON ทั้งหมดจำนวน 2.7 ล้านครั้ง โดยที่การเช็คอินทั้งหมดมาจากการที่เจ้าตัวเป็นคนปั่นขึ้นมาเอง ซึ่งเขาใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คทั้งหมดจำนวน 45 เครื่องและสร้าง ID จำนวนมากกว่า 1000 ไอดีในการปั่นตัวเลขและใช้ไอดีในการเช็คอินเข้ามาในระบบ จนกระทั่งทางห้างอิออนเริ่มรู้สึกสังเกตเห็นว่าจำนวนยอดที่เข้ามาในห้างมากผิดปกติ จึงได้ทำการแจ้งความกับทางตำรวจ

หลังจากนั้นไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำการจับตัวนายไดโกะ ซึ่งภายหลังได้ทำการสืบทราบว่าเขาอยู่บนเกาะฮอกไกโด ซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น แต่สามารถเช็คอินเข้ามาทั้งห้าง EAON ซึ่งอยู่สาขาบนเกาะคิวชู ที่อยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ นายไดโกะ จะมาเช็คอินที่สาขานี้บ่อยๆทุกวันแถมยังวันละหลายรอบอีกตั่งหาก

หลังจากข่าวนี้ถูกเผยแผร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตมาคอมเม้นกันอย่างมากมาย

“เช็คอินคนเดียว 2,700,000 ครั้งเลยหรอ ฮ่าๆๆๆ”

“ไอ้นี่อุตส่าห์หาแล็ปท๊อปมาใช้ได้ตั้ง 45 เครื่องเลยนะ”

“แผนสูงอยู่หรอกนะ แต่ปั่นตั้ง 2,700,000 ครั้งนี่มันเยอะไปหน่อยมั้ย?”

“เป็นการกระทำที่ สิ้นเปลืองแรง เวลา และมันสมองมากเลย”

“ถ้าหมอนี่เดินเข้าห้าง AEON สัก 100 ครั้งต่อวัน และทำทุกวัน ก็ต้องทำแบบนี้ติดต่อกันนานถึง 74 ปีเชียวนะ”

Please follow and like us:
ทำความรู้จักกับ BAGGER 288 เครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทำความรู้จักกับ BAGGER 288 เครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

On

ในปัจจุบันเครื่องจักรมีบทบาทอย่างมากในการที่จะมาทำงานเป็นเครื่อง “ทุ่นแรง” ให้กับมนุษย์ แม้แต่บางอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถทำเองได้ จึงต้องสร้างเครื่องจักรให้มาทำงานแทน วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับเครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ที่รู้จักในชื่อของ BAGGER 288

1. BAGGER 288 ถือเป็นเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เท่าที่โลกเคยมีมา

2. เนื่อจากมันมีล้อ จึงถูกยกให้เป็น “ยานยนต์ภาคพื้นดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ถือว่าได้รางวัลชนะเลิศเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง

3. เครื่องจักรยักษ์ชิ้นนี้ไม่ได้เพิ่งกำเนิด แต่มันถูกสร้างมาตั้งแต่ 1978 แล้ว

4. มันมีขนาดความกว้าง 94.8 เมตร และมีความยาวตลอดทั้งลำ 214.9 เมตร

5. มันไม่ได้มีแค่ความใหญ่และยาว แต่ยังมีน้ำหนักที่เรียกได้ว่าหนักมหาศาลถึง 45,000 ตัน หรือ 4,500 ล้านกิโลกรัม

6. แต่ความหนักของัมนไม่ได้เป็นอุปสรรค์ เพราะมันสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็ว 100-600 กิโลเมตร/ชั่วโมง

7. ก่อนหน้านี่ ช่วงปี 1978 เครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ Crawler Transporter (ยานยนต์ขนส่งกระสวยอวกาศ) ขององค์ากร NASA

8. BAGGER 288 ถูกสร้างขึ้นโดย Krupp ประเทศเยอรมัน

9.มันมีหน้าที่อย่างเดียวคือ “การขุดแร่”

10. ความสามารถของเจ้าเครื่องจักรยักษ์นี้คือสามารถขุดหินได้ถึง 240,000 ตัน/วัน

11. เปิดหน้าดินได้ถึง 240,000 ลบ.ม/วัน หรือ ความกว้าง ความยาว เท่ากับสนามบอลและลึกไปอีก 30 เมตร

12. อัตราปริมาณการใช้ไฟของเจ้าเครื่องจักรนี้คือ 16.56 เมกะวัตต

Please follow and like us:
Uber เริ่มแล้วกับโครงการแท๊กซี่ลอยฟ้าที่จะได้เห็นเร็วๆนี้

Uber เริ่มแล้วกับโครงการแท๊กซี่ลอยฟ้าที่จะได้เห็นเร็วๆนี้

On

Uber เล่นใหญ่อีกแล้ว เมื่อพวกเขาได้เผยโครงการแท๊กซี่บินได้หรือที่เรียกว่า Uber Elevate โดยเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการคือพื้นที่ของ ดัลลาสกับฟอร์ตเวิร์ธ สหรัฐอเมริกาและที่ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย Jeff Holden (เจฟฟ์ โฮลเดน) ผู้ดูแลฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Uber ได้ทำสัญญา SAA ( Space Act Agreement : ข้อตกลงปฏิบัติการทางอวกาศ) ร่วมกับ NASA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าด้วยเรื่องกฎระเบียบการควบคุมจราจรทางอากาศสำหรับแท๊กซี่ลอยฟ้า คาดพร้อมเปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการ ปี 2023

สำหรับในต่างประเทศอย่าง นครซานฟรานซิสโกเดินทางไปยังเมืองซานโฮเซ่ใช้เวลากว่า 2ชั่วโมง ( ในช่วงที่รถติด ) โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 111 ดอลล่า แต่หากเลือกมาใช้บริการเดินทางทางอากาศ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ประมาณ 129 ดอลล่า แต่ในส่วนของเวลาในการเดินทางจะอยู่ที่ 15 นาทีเท่านั้น  Uber ยังบอกอีกด้วยว่า ราคาสามารถลดลงไปได้อีกในอนาคต อาจจะต่ำกว่า 42 ดอลล่า เลยก็ว่าได้ (แต่ขอให้เริ่มใช้งานได้จริงเสียก่อน)

นี่เป็นแค่หนึ่งในไม่กี่โครงการที่ Uber ได้ดำเนินการสร้างไว้ เพราะยังมีอีกหลายๆโครงการที่บริษัทนี้เริ่มทำไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น โดรนส่งของ รถแท๊กซี่แบบไร้คนขับ แต่โครงการที่ Uber ยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการนั้นแอดมินจะยังไม่ขอพูดถึง เพราะบางก็ว่าเป็นข่าวลือ บางก็ว่าเป็นข่าวจริง แต่ที่เราเรียกเถียงไม่ได้เลยคือ Uber นี้คือนักทำลายราคาตลาดจริงๆ บางทีเขาอาจคือผู้เปลี่ยนอนาคตเลยก็ว่าได้ อนาคตเราอาจได้ไปเที่ยวต่างประเทศในราคาถูกๆ หาก Uber มาสร้างสายการบินเป็นของตัวเอง

Please follow and like us:
ถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้ (ตาเทพ) เพื่อช่วยทีมหมูป่า 13ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ

ถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้ (ตาเทพ) เพื่อช่วยทีมหมูป่า 13ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ

On

หลังจากที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานพยามช่วยเหลือ 13 ชีวิตนักฟุตบอลทีมหมูป่า
ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ไม่ว่าจะเป็นการใช้มนุษย์กบ หน่วยซีล นักดำน้ำและสำรวจถ้ำ
ก็ยังไม่สามารถค้นพบกับ 13ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำได้

โดยตอนนี้เหลือแค่ไม่กี่วิธีที่จะใช้ในการช่วยเหลือโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด นั้นก็คือการขุดเจาะถ้ำ
แต่ถึงอย่างไรก็ยังใช้เวลานาน เพราะต้องทำการสำรวจชั้นความหนาของหินและโครงสร้างของถ้ำ
จึงยังเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยสำหรับวิธีการนี้

โดยล่าสุด บริษัท R.S.K.Rescue Equipment ได้อุปกรณ์สุดล้ำ (ตาเทพ) เหมือนที่เราเคยเห็นในหนัง Fast 7
ชื่อเรียกทางการของมันคือ Leica Scanner P20 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ อินฟาเรต ที่สามารถสแกนทะลุกำแพงได้ถึง 300 เมตร

โดยการทำงานหลักๆของมันคือการตรวจจับความร้อน พร้อมแสดงผลเป็นสีที่แตกต่างกันออกไปตามความหนา
และอุณภูมิของวัตถุที่ตรวจจับได้ นอกจากนี้มันยังสามารถแสดงผลในรูปแบบของสัดส่วนที่ตรวจจับได้ออกมาแสดงผลเป็นแบบ
ภาพ 3 มิติอีกด้วย ทางเลือกนี้จึงน่าจะเป็นตัวช่วยค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำได้ค่อนข้างแน่นอนหรืออย่างน้อยก็พอจะทำให้ทีมค้นหา
สามารถวิเคราะห์แบบและแผนที่ของถ้ำได้ออกมาได้ ปกติแล้วอุปกรณ์รุ่นนี้ถูกใช้งานหลักทางด้านการตรวจและค้นหา
ทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ใต้ดิน ใต้ทะเล รวมถึงภายในถ้ำอีกด้วย



โดยผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนและอนุมัติอุปกรณ์ตาเทพในครั้งนี้ก็คือ พลเรือเอกฟิลลิป เอส เดวิดสัน ผู้บัญชาการสูงสุด
ของ กองบัญชาการทหารภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา หรือ US. Pacific Command

Please follow and like us:
เปิดตัวสุดยอด SuperCar McLaren 720S พร้อมโลดแล่นในไทยแล้ว

เปิดตัวสุดยอด SuperCar McLaren 720S พร้อมโลดแล่นในไทยแล้ว

On

เปิดตัว McLaren 720S ซุเปอร์คาร์ตัวแรงของค่าย พร้อมจำหน่ายในไทยแล้ว โดยค่าตัว
ของเจ้า 720แรงม้านั้นอยู่ที่ 31.9 ล้านบาท ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับรถหรูที่มาพร้อม
กับด้วยเทคโนโลยีสนามแข่งฟอร์มูล่าวันควบคู่กับความแรง ทำให้สามารถสร้าง
อัตราเร่ง 0-100 เพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น

เจ้า 720s นั้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 Twin Turbo 4.0 ลิต 720 แรงม้า แรงบิด 770 ระบบเกียร์ 7 speed
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 341 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนอัตราเร่ง 0-200 ใช้เวลาเพียงแค่ 7.8 วิเท่านั้น

นอกเครื่องยนต์ที่แรงจนฉุดไม่อยู่แล้ว McLaren ได้นำเทคโนโลยีของฟอร์มูลล่าวัน พร้อมเบรกแบบคาร์บอนเซรามิค
McLaren Brake Steer ที่ค่ายของพวกเขาพัฒนาขึ้นมาเองนั้น สามารถหยุดความเร็วได้ที่ 200 กม./ชม. เลยทีเดียว

ในส่วนของการขับขี่รวมถึงระบบควบคุม Proactive Chassis Control II เป็นระบบกันสั่นสะเทือนที่มาพร้อมพวงมาลัย
ไฟฟ้าแบบไฮดรอลิค ที่ให้การควบคุมในขณะที่ใช้ความเร็งสูงได้ง่ายขึ้น



นอกจากความแรงและสมรรถภาพของรถแล้ว หากอยากชมส่วนอื่นๆของรถไม่ว่าจะเป็นห้องโดสาร
หรืออยากเป็นเจ้าของเลยละก็ ขอเชิญได้ที่ โชว์รูมนิชคาร์ ผู้นำเข้า Mclaren ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ

เครดิตรูปภาพ : grandprix.co.th

Please follow and like us:
รถแต่ละรุ่นที่เรารู้จักมักมาจากที่เดียวกัน

รถแต่ละรุ่นที่เรารู้จักมักมาจากที่เดียวกัน

On

รู้หรือไม่ว่ารถหลายรุ่นที่เรารู้จักเป็นรถในเครือบริษัทเดียวกัน ใช้อุตสากหรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ร่วมกัน
บางรายที่รุ่นและราคาอาจต่างกัน แต่ก็มีการใช้นวัตณกรรมหลายอย่างร่วมกัน

Please follow and like us:
เถียงกับเพื่อนมานานแล้ว สรุปว่า Porsche อ่านว่า พอร์ช หรือ ปอร์เช่ ?

เถียงกับเพื่อนมานานแล้ว สรุปว่า Porsche อ่านว่า พอร์ช หรือ ปอร์เช่ ?

On

Porsche ชื่อยี่ห้อรถสป๊อตหรูที่ใครๆก็รู้จัก แต่มีหลายคนยังไม่รู้ว่าเจ้ายี่ห้อรถหรูนี้นั้นอ่านว่าอย่างไร
บางคนเรียกว่า ปอร์เช่ บางคนเรียกว่า พอร์ช วันนี้เลยจะมาสรุปให้ฟังง่ายๆสั้นๆ


Porsche เป็นนามสกุลของผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท Porsche ซึ่งเขามีชื่อว่าเต็มว่า
Ferdinand Porsche (แฟร์ดีนันด์ พอร์เช่)  หากออกเสียงแบบเยอรมัน จะออกเสียงว่า พอร์เชอ
หรือออกเสียงแบบไทยๆบ้านเรานั้นก็คือ ปอร์เช่ นั้นเอง

Please follow and like us: