เป็นไปได้! รัสเซียขาดแคลน “แอลกอฮอล์” ในช่วงบอลโลกที่ผ่านมา

เป็นไปได้! รัสเซียขาดแคลน “แอลกอฮอล์” ในช่วงบอลโลกที่ผ่านมา

On

สถิติปี 2014 พบว่าชาวรัสเซียดื่มวอสก้าเฉลี่ยปีละ 13 ลิตร รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆเช่น เบียร์ วิสกี้ รวมกันอีก 8 ลิตรต่อปี นอกจากนี้ยังพบสถิติสาเหตุ 25% ของการตายมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะวอสก้าที่เป็นสุราประจำชาติ หากเทียบความแรงของแอลกอฮอล์ชนิดนี้ก็คงไม่ต่างจากเหล้าขาว 45 ดีกรีของบ้านเราเลยก็ว่าได้

ในช่วงศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทัวร์โลกเดินทางมายังประเทศรัสเซียเพื่อที่จะมาชมการแข่งขันฟุตบอล บางรายหากไม่ได้ชมการแข่งขันที่สนามก็มักจะเลือกชมการแข่งขันตามบาร์ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทน จนมีสื่อหลายสำนักรายงานว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามบาร์ต่างๆหลายแห่งในรัสเซียเริ่มขาดแคลน ไม่พอที่จะจำหน่าย โดยเขาได้สัมภาสณ์บาร์แห่งหนึ่งแล้วได้คำตอบว่า เขาสามารถขายเบียร์ในช่วงฟุตบอลโลกได้ถึง 6,000 ไพน์ต่อวัน โดยเฉพาะช่วงนี้มีการดื่มเบียร์ถึง 800 ลิตร ภายในระยะเวลา 3 วัน

เหตุผลหลักที่เขาไม่สามารถสั่งเครื่องดื่มมาเพิ่มให้มากพอที่จะจำหน่าย เพราะมีการจำกัดโควต้าของแต่ละร้านไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางผู้ผลิตก็ไม่ได้ผลิตไว้ในจำนวนที่มากพอ เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมารัฐบาลรัสเซียทำการเพิ่มอัตรภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ยอดขายล่วงลง 1ใน3 จึงไม่มีการสต๊อกของไว้ในจำนวนมากๆ จนมาถึงช่วงฟุตบอลโลกทำให้ผลิตไม่ทันจำหน่าย

Please follow and like us:
เฟซบุ๊ก ชนะการประมูทสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียลีก ในไทย

เฟซบุ๊ก ชนะการประมูทสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียลีก ในไทย

On

บริษัทยังใหญ่อย่าง เฟสบุ๊ค ชนะการประมูลสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-2021 ในประเทศไทย เวียดนาม ลาว และ กำพูชา

โดยจำนวนเงินในการเอาชนะการประมูลครั้งนี้ของมาร์คซัคเคอร์เบิร์กมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 8,700 ล้านบาท ส่วนระบบในการรับชมการถ่ายทอดนั้นจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด อาจจะมีการถ่ายทอดสดบนเฟสบุ๊คนั้นเลยรึปล่าวคงต้องรอติดตามชมกันต่อไป

 

 

Please follow and like us:
เมื่อกองเชียร์บราซิล ต้องมาเยือนประเทศรัสเซีย 2 จะเป็นอย่างไร

เมื่อกองเชียร์บราซิล ต้องมาเยือนประเทศรัสเซีย 2 จะเป็นอย่างไร

On

ประเทศรัสเซียขึ้นชื่อว่ามีกองเชียร์ที่ดุดันรวมถึงกลุ่มกองเชียร์ฮูลิแกน ทางการทูตรัสเซียที่อยู่ในลอนดอน
ได้ออกมาโพสบอกกองเชียร์และคนบราซิลที่มาเชียร์บอลที่รัสเซียว่า “ไม่ได้ดูข่าวกันเลยหรอ

มีกลุ่มคนเหยียดเชื้อชาติและกองเชียร์ฮิลิแกนจ้องเล่นงานพวกคุณรวมถึงอยากจะฆ่าพวกคุณ
กลัวจะไม่ได้กลับบราซิล สนุกกันเข้าไปเถอะ”

หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับนี้ออกไป เลยทำให้กลุ่มคนบาซิลโต้กลับทันทีว่า
“ไม่ต้องเป็นห่วงพวกตูหรอก บ้านเมืองตูเถื่อนกว่ารัสเซียเยอะ พวกตูเกิดและมีชีวิตรอดที่บราซิลได้ พวกตูก็อยู่ที่รัสเซียได้สบายๆ”

Please follow and like us:
96 LIVERPOOL เหตุการณ์โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ 1989

96 LIVERPOOL เหตุการณ์โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ 1989

On

โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่  15 เมษายน 1989 เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 96ราย  จากการเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลในศึกฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ ในเกมส์รอบรองชนะเลิศระหว่าง  น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พบกับ ลิเวอร์พูล ณ สนาม ฮิลส์โบโร ของทีม เชฟฟิลด์เวนส์เดย์ โดยก่อนเริ่มเกมส์การแข่งขันนั้นทางสโมสร ลิเวอร์พูล เองก็ได้มีการทักท้วงเกี่ยวกับจำนวนที่นั่ง บนอัฒจรรย์ที่มีความจุที่น้อยมาก จำนวน 14,600 เมื่อเทียบกับอัฒจรรย์อีกฝั่งของ  น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่จุได้ถึง 21,000 ในขณะที่กองเชียร์ของน๊อตติ้งแฮมเองก็ไม่ได้มาเต็มตามจำนวนของที่นั่งบนสนามสักเท่าไหร่

เมื่อมาถึงตอนจุดตรวจคนเข้าทางประตูเข้า จำนวนแฟนบอลลิเวอร์พูลที่หนาแน่นและจำนวนบัตรไม่เพียงพอ ทำให้แฟนบอลยืนแออัดยาวเยียดไปจนถึงประตูของอัฒจรรย์ที่ปิดอยู่ จนเกมส์การแข่งขันและเสียงนกหวีดเริ่มขึ้นในช่วงเวลา 15.00 ของประเทศอังกฤษ แฟนบอลที่อยู่ในสนามโห่ร้องพร้อมส่งเสียงเชียร์กันสนั่นเมื่อมีจังหวะเกือบจะทำประตูได้ ทำให้คนที่อยู่นอกสนามที่รอซื้อตั๋วดันดันเข้ามามากกว่าเดิม

และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ยอมเปิดประตู C บริเวณ ล๊อค 3 – 4 ของอัฒจรรย์ให้แฟนๆเข้าไปบนอัฒจรรย์และด้วยความที่อัฒจรรย์เก่าเกินไปรวมถึงจำนวนที่นั่งที่บรรจุได้เพียงแค่ 1,600  เท่านั้น ทำให้แฟนบอลจำนวนมากกว่า 3,000 คนบีบอัดเข้ามาจนแน่นไปหมด บางรายถึงกับโดนอัดเข้ากับลูกกรงที่สมัยก่อนมีไว้กั้นพวกกองเชียร์ฮูลิแกนหรือกองเชียร์ฮาร์ทคอ บางรายถูกเหยียบ บางรายพยามปีนออกจากกรงไปสนามหรือแม้ปีนขึ้นไปยังบน อัฒจรรย์อีกล๊อคเพื่อหนีตาย


จนนาทีที่ 4 ผู้ตัดสินจึงตัดสินหยุดเกมส์และทุกคนรวมถึงเจ้าหน้าที่ต่างรีบเข้ามาช่วยเหลือทันที จนสุดท้ายพบว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งหมด ถึง 96 ราย (เสียชีวิตที่ โรงพยาบาล 1 ราย) เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษยกเลิกการชมฟุตบอลแบบยืน เปลี่ยนมาเป็นแบบนั่งทั้งหมด รวมถึงนำรั่วกั้นออกเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในศึกฟุตบอลอังกฤษและเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการชมการแข่งขันสำหรับฟุตบอลยุคใหม่ของอังกฤษอีกด้วย

Please follow and like us: